วิธีออกใบแจ้งหนี้สำหรับฟรีแลนซ์
การออกใบแจ้งหนี้ในฐานะฟรีแลนซ์ เริ่มจากตกลงอัตราค่าจ้างและเงื่อนไขการชำระเงินก่อนเริ่มงาน จากนั้นส่งใบแจ้งหนี้ที่มีข้อมูลของคุณ ข้อมูลลูกค้า เลขที่ไม่ซ้ำ คำอธิบายงานที่ชัดเจน ยอดที่ต้องชำระ วันครบกำหนด และวิธีชำระเงิน ส่งทันทีที่ส่งมอบงาน (หรืองานแต่ละงวด) และติดตามหากไม่ได้รับเงินตรงเวลา
ขั้นที่ 1: ตกลงเงื่อนไขก่อนเริ่มงาน
ปัญหาการชำระเงินส่วนใหญ่เริ่มต้นก่อนที่งานจะเริ่มเสียอีก ตกลงอัตราค่าจ้าง (รายชั่วโมง รายวัน หรือรายโปรเจกต์) ขอบเขตงาน จำนวนครั้งที่แก้ไขได้ เวลาที่จะออกใบแจ้งหนี้ เงื่อนไขการชำระเงิน และเงินมัดจำ ทำเป็นสัญญาสั้น ๆ หรืออย่างน้อยเป็นอีเมลที่ลูกค้ายืนยันแล้ว
สำหรับโปรเจกต์ใหญ่ การเก็บมัดจำ 25–50% และแบ่งชำระตามงวดงานช่วยลดความเสี่ยงและทำให้มีเงินเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ขั้นที่ 2: เก็บข้อมูลลูกค้า
- ชื่อตามกฎหมายของธุรกิจที่คุณเรียกเก็บเงิน ไม่ใช่แค่ชื่อผู้ติดต่อ
- ที่อยู่สำหรับออกบิล
- เลข VAT หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของลูกค้า หากเป็นธุรกิจและคุณต้องใช้
- ผู้อนุมัติและผู้จ่ายเงินตามใบแจ้งหนี้ พร้อมอีเมล
- เลขที่ใบสั่งซื้อ (PO) ที่ลูกค้าต้องการให้ระบุในใบแจ้งหนี้
ขั้นที่ 3: เขียนใบแจ้งหนี้
ใส่ชื่อหรือชื่อธุรกิจ ข้อมูลติดต่อ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (ถ้ามี) ตามด้วยข้อมูลลูกค้า เลขที่ใบแจ้งหนี้ตามลำดับของคุณ และวันที่ออก อธิบายงานด้วยภาษาง่าย ๆ ที่ผู้อนุมัติเข้าใจ เช่น “เขียนคอนเทนต์เว็บไซต์ – 5 หน้า” หรือ “ที่ปรึกษา 1–15 ตุลาคม (12 ชม.)” พร้อมจำนวนและอัตรา
ปิดท้ายด้วยยอดรวม วันครบกำหนด และข้อมูลการชำระเงิน หากตกลงเรื่องเงินมัดจำไว้และลูกค้าจ่ายแล้ว ให้แสดงไว้เพื่อให้ใบแจ้งหนี้แสดงยอดคงเหลือ
ขั้นที่ 4: จัดการเรื่องภาษีให้ถูกต้อง
คุณต้องเก็บ VAT, GST หรือภาษีการขายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประเทศ รายได้ และบางครั้งขึ้นอยู่กับว่าลูกค้าอยู่ที่ไหน หลายประเทศมีเกณฑ์รายได้สำหรับการจดทะเบียน ถ้ารายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ก็ไม่ต้องเก็บภาษี และบางประเทศกำหนดให้ระบุเรื่องนี้ในใบแจ้งหนี้ ลูกค้าธุรกิจในต่างประเทศอาจอยู่ภายใต้กลไก reverse charge
กฎเหล่านี้มีรายละเอียดเฉพาะและเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบแนวทางของหน่วยงานภาษีหรือปรึกษาผู้ทำบัญชีเมื่อเริ่มต้น และอีกครั้งเมื่อรายได้เพิ่มขึ้น
ขั้นที่ 5: ออกใบแจ้งหนี้ให้ลูกค้าต่างประเทศ
- ตกลงสกุลเงินไว้ก่อน แล้วออกใบแจ้งหนี้เป็นสกุลเงินนั้น
- ระบุว่าใครเป็นผู้จ่ายค่าธรรมเนียมธนาคารหรือค่าโอน
- ใช้ภาษาของลูกค้า หากช่วยให้ฝ่ายบัญชีของเขาทำงานง่ายขึ้น
- ตรวจสอบว่าต้องมีข้อความ reverse charge หรือไม่
- บันทึกอัตราแลกเปลี่ยนไว้สำหรับบัญชีของคุณเอง
ขั้นที่ 6: ส่ง ติดตาม และทวงถาม
ส่งใบแจ้งหนี้เป็นไฟล์ PDF ในวันที่ส่งมอบงาน โดยใส่เลขที่ใบแจ้งหนี้ในหัวเรื่องอีเมล ทำรายการง่าย ๆ ว่ามีใบไหนค้างชำระและครบกำหนดเมื่อไร ส่งข้อความเตือนอย่างสุภาพก่อนครบกำหนด และติดตามทันทีเมื่อเลยกำหนด
ข้อผิดพลาดที่ฟรีแลนซ์มักทำ
- เรียกเก็บเงินจากผู้ติดต่อแทนที่จะเป็นบริษัทลูกค้า
- คำอธิบายกว้าง ๆ อย่าง “ค่าทำงาน” ที่ผู้อนุมัติจับคู่กับโปรเจกต์ไม่ได้
- ลืมใส่เลขที่ PO ที่ลูกค้าขอ
- เริ่มงานโดยยังไม่ได้ตกลงเงื่อนไขการชำระเงิน
- รอจนจบโปรเจกต์ยาวจึงออกใบแจ้งหนี้
- ไม่เก็บสำเนาใบแจ้งหนี้ที่ส่งไป
ตัวอย่าง: ใบแจ้งหนี้ฟรีแลนซ์ทีละบรรทัด
นักเขียนคอนเทนต์ที่เรียกเก็บค่าจ้างรายเดือนพร้อมงานเพิ่มเติม อาจส่งใบแจ้งหนี้แบบนี้
ค่าคอนเทนต์รายเดือน – ตุลาคม 2026 (8 บทความ) 1 × ฿16,000.00 ฿16,000.00 บทความเพิ่มเติม – “คู่มือการตั้งราคา” 1 × ฿2,200.00 ฿2,200.00 แก้ไขต้นฉบับที่ลูกค้าส่งมา (3.5 ชม.) 3.5 × ฿600.00 ฿2,100.00 รวมย่อย ฿20,300.00 ยอดที่ต้องชำระภายใน 14 พฤศจิกายน 2026 ฿20,300.00
คิดรายชั่วโมง รายวัน รายโปรเจกต์ หรือรายเดือน
การคิดรายชั่วโมงง่ายและยุติธรรมเมื่อขอบเขตงานไม่แน่นอน แต่จำกัดรายได้ไว้ที่จำนวนชั่วโมงที่ทำ และมักถูกถามถึงทุกชั่วโมง อัตรารายวันเหมาะกับงานที่ต้องไปประจำที่ไซต์หรืองานเต็มวัน ราคาเหมารายโปรเจกต์ให้ผลตอบแทนเมื่อคุณทำงานได้มีประสิทธิภาพ แต่ต้องกำหนดขอบเขตให้รัดกุม ส่วนค่าจ้างรายเดือน (retainer) ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายคาดการณ์ได้สำหรับงานต่อเนื่อง
ไม่ว่าเลือกแบบไหน ให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรและสะท้อนในใบแจ้งหนี้ด้วย คือชั่วโมงและอัตราในแต่ละบรรทัดสำหรับงานรายชั่วโมง งวดงานสำหรับรายโปรเจกต์ และช่วงเวลาที่ครอบคลุมสำหรับรายเดือน
คำถามที่พบบ่อย
ฟรีแลนซ์ควรส่งใบแจ้งหนี้เมื่อไร
ทันทีที่ส่งมอบงานหรืองานแต่ละงวด หรือตามรอบที่ตกลงกัน (เช่น รายสัปดาห์หรือรายเดือนสำหรับงานต่อเนื่อง) การรอมีแต่จะทำให้ได้เงินช้าลง
ควรเก็บเงินมัดจำไหม
สำหรับลูกค้าใหม่และโปรเจกต์ใหญ่ การเก็บมัดจำเป็นเรื่องปกติและสมเหตุสมผล ช่วยยืนยันความตั้งใจของลูกค้าและครอบคลุมงานช่วงแรกของคุณ
ฟรีแลนซ์ควรใช้เงื่อนไขการชำระเงินแบบไหน
ฟรีแลนซ์หลายคนใช้ 7 หรือ 14 วัน บริษัทใหญ่อาจยืนยันให้ 30 วันขึ้นไป ควรตกลงกันก่อนเริ่มงาน
ต้องใช้โปรแกรมบัญชีในการออกใบแจ้งหนี้ไหม
ช่วงเริ่มต้นไม่จำเป็น เครื่องมือฟรีอย่าง BillOak สร้างใบแจ้งหนี้ PDF แบบมืออาชีพได้ เมื่อธุรกิจเติบโต คุณอาจต้องการซอฟต์แวร์ที่ช่วยทำบัญชีด้วย
ถ้าลูกค้าขอให้แก้ไขใบแจ้งหนี้ควรทำอย่างไร
อย่าแก้ไขใบแจ้งหนี้ที่ส่งไปแล้ว ให้ออกใบลดหนี้เพื่อยกเลิก แล้วส่งใบแจ้งหนี้ที่ถูกต้องด้วยเลขที่ใหม่ เพื่อให้บันทึกของทั้งสองฝ่ายตรงกัน
คู่มือใบแจ้งหนี้อื่น ๆ
- ใบแจ้งหนี้ต้องมีอะไรบ้างข้อมูลที่ใบแจ้งหนี้ทุกใบต้องมี และรายการเพิ่มเติมที่กฎหมายภาษีอาจกำหนดอ่านคู่มือ
- ใบแจ้งหนี้ vs ใบเสร็จรับเงิน: ต่างกันตรงไหนใบหนึ่งใช้เรียกเก็บเงิน อีกใบใช้ยืนยันการรับเงิน ควรส่งใบไหนเมื่อไรอ่านคู่มือ
- วิธีกำหนดเลขที่ใบแจ้งหนี้ระบบรันเลขง่าย ๆ ที่ช่วยให้เป็นระเบียบและถูกต้องตามกฎอ่านคู่มือ
- เงื่อนไขการชำระเงิน Net 30 คืออะไรNet 30 หมายถึงอะไร คำนวณวันครบกำหนดอย่างไร และควรใช้เงื่อนไขแบบไหนอ่านคู่มือ