คู่มือ
วิธีทำใบแจ้งหนี้
ใบแจ้งหนี้คือเอกสารที่คุณส่งให้ลูกค้าเพื่อขอรับชำระเงินสำหรับสินค้าหรือบริการ ต่อไปนี้คือทุกสิ่งที่ควรมีอยู่ในใบแจ้งหนี้ พร้อมขั้นตอนแบบทีละขั้นตอนในการสร้างใบแจ้งหนี้ — ไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์บัญชีหรือสเปรดชีตใด ๆ
สิ่งที่ควรมีในใบแจ้งหนี้
- ชื่อธุรกิจ อีเมล ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ของคุณ
- ชื่อ อีเมล และที่อยู่ของลูกค้า
- หมายเลขใบแจ้งหนี้ที่ไม่ซ้ำกันและวันที่ออกใบแจ้งหนี้
- วันครบกำหนดชำระและเงื่อนไขการชำระเงิน (เช่น "Net 30")
- รายการสินค้าหรือบริการแบบละเอียด พร้อมจำนวนและราคาต่อหน่วย
- ยอดรวมย่อย ภาษี ส่วนลด หรือค่าจัดส่ง (ถ้ามี) และยอดรวมสุทธิ
- หมายเหตุเพิ่มเติม เช่น คำแนะนำการชำระเงินหรือข้อความขอบคุณ
ทีละขั้นตอน: วิธีทำใบแจ้งหนี้
- 1
เพิ่มรายละเอียดธุรกิจและลูกค้าของคุณ
กรอกชื่อบริษัท อีเมล และที่อยู่ของคุณ พร้อมทั้งชื่อ อีเมล และที่อยู่ของลูกค้า เพื่อระบุว่าใครกำลังเรียกเก็บเงินจากใคร
- 2
กำหนดหมายเลขใบแจ้งหนี้และวันที่
กำหนดหมายเลขที่ไม่ซ้ำกันให้กับใบแจ้งหนี้ (เช่น INV-001) วันที่ออกใบแจ้งหนี้ และวันครบกำหนดชำระ เพื่อให้ลูกค้าทราบแน่ชัดว่าต้องชำระเงินเมื่อใด
- 3
ระบุรายการสินค้า
เพิ่มสินค้าหรือบริการแต่ละรายการในแต่ละบรรทัด พร้อมคำอธิบาย จำนวน และราคาต่อหน่วย ระบบจะคำนวณยอดของแต่ละรายการให้โดยอัตโนมัติ
- 4
เพิ่มภาษี ส่วนลด หรือค่าจัดส่งหากจำเป็น
ใส่อัตราภาษี ส่วนลด หรือค่าจัดส่งลงในยอดรวมย่อย — BillOak จะคำนวณยอดรวมสุทธิให้คุณแบบเรียลไทม์
- 5
กำหนดเงื่อนไขการชำระเงิน
ระบุวิธีและเวลาที่คุณต้องการรับชำระเงิน (เช่น "Net 30" การโอนเงินผ่านธนาคาร หรือลิงก์ชำระเงินเฉพาะ) ในช่องเงื่อนไขการชำระเงิน
- 6
ดาวน์โหลดและส่งไฟล์ PDF
ดูตัวอย่างใบแจ้งหนี้ ดาวน์โหลดเป็นไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์ได้ด้วยคลิกเดียว แล้วส่งให้ลูกค้าทางอีเมล
ใบแจ้งหนี้ vs ใบเสนอราคา vs ใบสั่งซื้อ
ใบแจ้งหนี้ใช้เรียกเก็บเงินสำหรับงานที่ส่งมอบไปแล้ว ใบเสนอราคาจะถูกส่งก่อนเริ่มงานเพื่อเสนอราคา ส่วนใบสั่งซื้อจะออกโดยผู้ซื้อเพื่ออนุมัติคำสั่งซื้ออย่างเป็นทางการ BillOak สามารถสร้างเอกสารทั้งสามประเภทนี้ รวมถึงใบลดหนี้ ได้จากโปรแกรมแก้ไขเดียวกัน
ข้ามขั้นตอนที่ต้องทำเอง
สร้างใบแจ้งหนี้ของคุณด้วยเครื่องมือสร้างใบแจ้งหนี้ฟรีของ BillOak แล้วดาวน์โหลดเป็น PDF ได้ภายในไม่กี่นาที
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: เทมเพลตใบแจ้งหนี้ · คำถามที่พบบ่อย